TS Industrial Training

เอกสารฝึกอบรมระบบ ERP

กรุณากรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าดูเอกสาร


รหัสผ่านไม่ถูกต้อง

การฝึกอบรมระบบ ERP

บริษัท ที.เอส. อินดัสเตรียล โปรดักส์ จำกัด

T.S. Industrial Products Co., Ltd.


พัฒนาโดย บริษัท คานูน เทคโนโลยี จำกัด

กำหนดการฝึกอบรม

13:00 ภาพรวมระบบ และการเข้าสู่ระบบ 15 นาที
13:15 การจัดการสินค้า + การนำเข้าสินค้า (Products & Import) 40 นาที
13:55 การสร้างใบสั่งซื้อ (Purchase Order / Quotation) 30 นาที
14:25 พักเบรก 15 นาที
14:40 การจัดส่งสินค้า, Backorder, การปรับสต็อก + Import 40 นาที
15:20 การออกใบกำกับภาษี + การยกเลิก (Invoice & Cancel) 35 นาที
15:55 รายงาน, การวิเคราะห์ และผู้ติดต่อ 20 นาที
16:15 สิทธิ์ผู้ใช้งาน + แบบฝึกหัดครบวงจร 20 นาที
16:35 สรุป, คำถามที่พบบ่อย และถาม-ตอบ 10 นาที

1. ภาพรวมระบบ

เข้าสู่ระบบ และการนำทาง

การเข้าสู่ระบบ

  1. เปิดเว็บเบราว์เซอร์ (Chrome แนะนำ)
  2. เข้าเว็บไซต์ของระบบ
  3. กรอก Email ที่ได้รับ
  4. กรอกรหัสผ่าน
  5. คลิกปุ่ม "Log in" (เข้าสู่ระบบ)
ข้อมูลเข้าระบบ
Email: (ตามที่ได้รับจาก Admin)
Password: (ตามที่ได้รับจาก Admin)
แนะนำ: เปลี่ยนรหัสผ่านหลังจาก Login ครั้งแรก โดยไปที่ ไอคอนผู้ใช้ (มุมขวาบน) → My Profile (โปรไฟล์) → Change Password (เปลี่ยนรหัสผ่าน)

หน้าจอเข้าสู่ระบบ

หน้าจอ Login

เมนูหลักของระบบ

คลิกที่ไอคอน Home Menu (เมนูหลัก) ที่มุมซ้ายบน เพื่อเข้าถึงโมดูลต่างๆ

Sales (การขาย)

จัดการใบสั่งซื้อ (Purchase Order) และลูกค้า

ใช้ทุกวัน

Inventory (คลังสินค้า)

จัดการสินค้า คลังสินค้า และการจัดส่ง

ใช้ทุกวัน

Invoicing (ออกบิล)

ออกใบกำกับภาษี และจัดการบัญชี

ใช้ทุกวัน

Contacts (ผู้ติดต่อ)

จัดการข้อมูลลูกค้า / ซัพพลายเออร์

ใช้บ่อย

Analytics (การวิเคราะห์)

Dashboard วิเคราะห์ยอดขาย / ต้นทุน

ใช้บ่อย

Settings (ตั้งค่า)

ตั้งค่าระบบ (เฉพาะ Admin)

Admin เท่านั้น

ภาพรวมขั้นตอนการทำงาน

สร้างสินค้า
Products
สร้างใบสั่งซื้อ
Purchase Order
ยืนยันคำสั่ง
Confirm
จัดส่งสินค้า
Delivery
ออกใบกำกับภาษี
Invoice
ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติจากใบสั่งซื้อ → ใบส่งสินค้า → ใบกำกับภาษี

2. การจัดการสินค้า

Inventory → Products → Products

หน้ารายการสินค้า (Product List)

ระบบแสดงคอลัมน์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ TS Industrial:

คอลัมน์ คำอธิบาย ตัวอย่าง
Product Name ชื่อสินค้า Bearing SKF 6205
Supplier ซัพพลายเออร์หลักของสินค้า ABC Trading Co.
Brand ยี่ห้อสินค้า (แทนที่ Internal Reference) SKF
Customer ลูกค้าหลักของสินค้า XYZ Factory
Sales Price ราคาขาย (บาท) 1,500.00
Cost ต้นทุน (บาท) 800.00
Original Cost ($) ต้นทุนเดิมเป็นดอลลาร์ (USD) 22.50

ตัวอย่างหน้ารายการสินค้า

หน้ารายการสินค้า

การสร้างสินค้าใหม่

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Products (สินค้า) → Products (สินค้า)
  2. คลิกปุ่ม "New" (สร้างใหม่)
  3. กรอก ชื่อสินค้า (Product Name)
  4. กรอก ยี่ห้อ (Brand) เช่น SKF, Mitsubishi
  5. เลือก Supplier (ซัพพลายเออร์) จากรายการเลือก
  6. เลือก Customer (ลูกค้า) จากรายการเลือก
  7. กรอก Sales Price (ราคาขาย) และ Cost (ต้นทุน)
  8. กรอก Original Cost ($) ต้นทุนเป็น USD (ถ้ามี)
เคล็ดลับ: ถ้ายังไม่มี Supplier หรือ Customer ในระบบ สามารถพิมพ์ชื่อแล้วเลือก "Create" (สร้างใหม่) เพื่อสร้างได้เลย

ตัวอย่างหน้าสินค้า (Product Form)

หน้าฟอร์มสินค้า

ประเภทสินค้า

Storable Product (สินค้าจัดเก็บ)

  • ติดตามจำนวนสต็อก
  • แสดง On Hand (มีในมือ) / Forecasted (คาดการณ์)
  • ใช้กับสินค้าที่มีสต็อกจริง
  • มีปุ่ม Replenish (เติมสต็อก) สำหรับเติมสินค้า
แนะนำ

Consumable (วัสดุสิ้นเปลือง)

  • ไม่ติดตามจำนวนสต็อก
  • ไม่มีปุ่ม Replenish
  • เหมาะกับสินค้าที่ไม่ต้องนับสต็อก
สำคัญ: เลือกประเภทสินค้าให้ถูกต้อง — ถ้าต้องการติดตามสต็อกให้เลือก "Storable Product"

การค้นหาและกรองสินค้า

ค้นหา

  • พิมพ์ชื่อสินค้าในช่อง Search (ค้นหา)
  • กด Enter เพื่อค้นหา
  • ค้นหาได้ตามชื่อ, ยี่ห้อ, รหัส

กรอง (Filters)

  • Has Supplier (มีซัพพลายเออร์) — สินค้าที่มี Supplier
  • Has Customer (มีลูกค้า) — สินค้าที่มี Customer
  • No Supplier (ไม่มีซัพพลายเออร์) — สินค้าที่ยังไม่กำหนด Supplier

จัดกลุ่ม (Group By)

  • Group by Supplier (จัดกลุ่มตามซัพพลายเออร์)
  • Group by Customer (จัดกลุ่มตามลูกค้า)
เคล็ดลับ: ใช้ "Group by Supplier" เพื่อดูว่าแต่ละ Supplier มีสินค้าอะไรบ้าง

การนำเข้าสินค้าจำนวนมาก (Import)

สำหรับการเพิ่มสินค้าจำนวนมาก สามารถใช้ฟังก์ชัน Import (นำเข้า) จากไฟล์ Excel/CSV ได้

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Products (สินค้า)
  2. คลิกไอคอน ⚙ (เฟือง) ที่แถบเมนูด้านบน
  3. เลือก "Import records" (นำเข้าข้อมูล)
  4. อัปโหลดไฟล์ .xlsx หรือ .csv
  5. จับคู่ (Map) คอลัมน์ในไฟล์กับฟิลด์ในระบบ
  6. คลิก "Test" (ทดสอบ) เพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้า
  7. คลิก "Import" (นำเข้า) เพื่อยืนยัน

รูปแบบไฟล์สำหรับนำเข้าสินค้า

ไฟล์ Excel/CSV ควรมีคอลัมน์ดังนี้:

คอลัมน์ ฟิลด์ในระบบ ตัวอย่าง จำเป็น
Name ชื่อสินค้า Bearing SKF 6205 ต้องมี
Brand ยี่ห้อ SKF
Sales Price ราคาขาย 1500.00
Cost ต้นทุน 800.00
Original Cost (USD) ต้นทุน USD 22.50
Supplier ซัพพลายเออร์ ABC Trading Co.
Customer ลูกค้า XYZ Factory
เคล็ดลับ: ดาวน์โหลด Template ได้โดยกดปุ่ม "Import Template" ในหน้า Import — ระบบจะสร้างไฟล์ตัวอย่างพร้อมคอลัมน์ที่ถูกต้อง
สำคัญ: ชื่อ Supplier และ Customer ต้องตรงกับชื่อในระบบ — ถ้ายังไม่มี ควรสร้าง Contacts ก่อนแล้วค่อย Import สินค้า

แบบฝึกหัดที่ 1: สินค้า

ลองทำด้วยตัวเอง

  1. เปิดเมนู Inventory (คลังสินค้า) → Products (สินค้า)
  2. คลิก "New" (สร้างใหม่) เพื่อสร้างสินค้าใหม่
  3. กรอกชื่อสินค้า เช่น "ทดสอบ - [ชื่อของคุณ]"
  4. เลือก Product Type เป็น Storable Product
  5. กรอก Brand, Supplier, Customer, Sales Price, Cost
  6. กด Save (บันทึก) แล้วลองกด "Update Quantity" (อัปเดตจำนวน) ตั้งจำนวนเป็น 50

คำถามทดสอบ: สินค้า

ถ้าต้องการติดตามจำนวนสต็อก ควรเลือก Product Type ใด?

  • A. Storable Product (สินค้าจัดเก็บ)
  • B. Consumable (วัสดุสิ้นเปลือง)
  • C. Service (บริการ)
เฉลย: Storable Product จะติดตามจำนวนสต็อก มีปุ่ม Replenish และ Update Quantity ส่วน Consumable ไม่ติดตามสต็อก

3. การสร้างใบสั่งซื้อ

Sales → Purchase Orders

ขั้นตอนใบสั่งซื้อ (Purchase Order)

Draft
ร่าง
Sent
ส่งแล้ว
Confirmed
ยืนยัน
Delivered
ส่งของแล้ว
Invoiced
ออกบิลแล้ว
หมายเหตุ: ในระบบนี้ "Quotation" ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "Purchase Order" (ใบสั่งซื้อ) เพื่อให้ตรงกับการใช้งานจริงของ TS Industrial

ตัวอย่างหน้ารายการใบสั่งซื้อ

หน้ารายการใบสั่งซื้อ

สร้างใบสั่งซื้อใหม่

  1. ไปที่ Sales (การขาย) → Purchase Orders (ใบสั่งซื้อ)
  2. คลิกปุ่ม "New" (สร้างใหม่)
  3. เลือก Customer (ลูกค้า) จากรายการเลือก
  4. กรอก โครงการ / Project ที่ช่อง Customer Reference (อ้างอิงลูกค้า) ถ้ามี
  5. เพิ่มรายการสินค้า — คลิก "Add a line" (เพิ่มรายการ)
  6. เลือกสินค้า, กรอกจำนวน, ปรับราคา (ถ้าจำเป็น)
  7. ระบบจะคำนวณ VAT 7% อัตโนมัติ

ตัวอย่างฟอร์มใบสั่งซื้อ

ฟอร์มใบสั่งซื้อ

การเพิ่มรายการสินค้า

ฟิลด์ คำอธิบาย ตัวอย่าง
Product (สินค้า) เลือกสินค้าจากรายการ (พิมพ์เพื่อค้นหา) Bearing SKF 6205
Description (รายละเอียด) คำอธิบายเพิ่มเติม (แก้ไขได้) ตลับลูกปืน ขนาด 25mm
Quantity (จำนวน) จำนวนสินค้า 100
Unit Price (ราคาต่อหน่วย) ราคาต่อหน่วย (ดึงจาก Sales Price อัตโนมัติ) 1,500.00
Taxes (ภาษี) ภาษี (ค่าเริ่มต้น VAT 7%) 7%
Subtotal (ยอดรวมย่อย) ยอดรวมของรายการ (คำนวณอัตโนมัติ) 150,000.00

ยืนยัน และพิมพ์ใบสั่งซื้อ

ยืนยันคำสั่ง

  1. ตรวจสอบรายการสินค้าและราคา
  2. คลิกปุ่ม "Confirm" (ยืนยัน)
  3. สถานะจะเปลี่ยนเป็น "Sales Order" (คำสั่งขาย)
  4. ระบบจะสร้าง Delivery Order (ใบจัดส่ง) อัตโนมัติ

พิมพ์เอกสาร

  1. คลิกปุ่ม "Print" (พิมพ์)
  2. เลือก "Purchase Order" (ใบสั่งซื้อ)
  3. ระบบจะสร้าง PDF ภาษาไทย
รายงานภาษาไทย ใช้ฟอนต์ AngsanaUPC มีทั้งหัวบริษัท, ตราประทับ, ช่องลายเซ็น ครบถ้วน

รูปแบบใบสั่งซื้อภาษาไทย

โครงสร้างเอกสาร — ใบสั่งซื้อ / ใบเสนอราคา
ส่วนหัวโลโก้บริษัท + ชื่อ-ที่อยู่ (ไทย/อังกฤษ) + เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ข้อมูลลูกค้าชื่อลูกค้า + ที่อยู่ + เลขที่เอกสาร + วันที่ + โครงการ
ตารางสินค้ารายการ | ชื่อสินค้า | รายละเอียด | จำนวน | ราคาต่อหน่วย | ราคารวม
ยอดรวมรวม (ไม่รวม VAT) + VAT 7% + จำนวนเงินตัวอักษร + ยอดรวมทั้งสิ้น
เงื่อนไขกำหนดราคา 30 วัน + เงื่อนไขการชำระ + ระยะเวลาส่งสินค้า
ลายเซ็นช่อง: ลูกค้าอนุมัติ | ผู้ติดต่อ | ผู้เสนอราคา

แบบฝึกหัดที่ 2: ใบสั่งซื้อ

ลองทำด้วยตัวเอง

  1. ไปที่ Sales (การขาย) → Purchase Orders (ใบสั่งซื้อ)
  2. คลิก "New" (สร้างใหม่)
  3. เลือก Customer (ลูกค้า) จากรายการ
  4. เพิ่ม 2 รายการสินค้า — คลิก "Add a line" (เพิ่มรายการ)
  5. ตรวจสอบว่า VAT 7% คำนวณถูกต้อง
  6. คลิก "Confirm" (ยืนยัน) เพื่อยืนยันคำสั่ง
  7. ลองกด "Print" (พิมพ์) → "Purchase Order" เพื่อดูเอกสาร PDF

คำถามทดสอบ: ใบสั่งซื้อ

หลังจากกด Confirm (ยืนยัน) ระบบจะสร้างเอกสารอะไรอัตโนมัติ?

  • A. Invoice (ใบกำกับภาษี)
  • B. Delivery Order (ใบจัดส่ง)
  • C. Credit Note (ใบลดหนี้)
เฉลย: เมื่อยืนยันใบสั่งซื้อ ระบบจะสร้าง Delivery Order (ใบจัดส่ง) อัตโนมัติ ส่วน Invoice ต้องสร้างเองภายหลัง

พักเบรก 15 นาที

4. การจัดส่งสินค้า

Delivery, Backorder และการปรับสต็อก

ขั้นตอนการจัดส่งสินค้า

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Delivery Orders (ใบจัดส่ง)
  2. เลือก Delivery Order (ใบจัดส่ง) ที่ต้องการ — สร้างจากใบสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ
  3. ตรวจสอบรายการสินค้าและจำนวน
  4. กรอก Done (จำนวนที่ส่งจริง) ในแต่ละรายการ
  5. คลิก "Validate" (ตรวจสอบ/ยืนยัน) เพื่อยืนยันการจัดส่ง
  6. คลิก "Print" (พิมพ์) → "Delivery Slip" (ใบส่งสินค้า) เพื่อพิมพ์
สำคัญ: ต้องกรอกจำนวน "Done" ก่อน Validate — ถ้าส่งไม่ครบจำนวน ระบบจะถามว่าต้องการสร้าง Backorder หรือไม่

ตัวอย่างหน้ารายการใบจัดส่ง

หน้ารายการใบจัดส่ง

ใบส่งสินค้าชั่วคราว (Delivery Slip)

โครงสร้างเอกสาร — ใบส่งสินค้าชั่วคราว
ส่วนหัวโลโก้ + ชื่อบริษัท + "ใบส่งสินค้าชั่วคราว (ไม่ใช่ใบเสร็จรับเงิน)"
ข้อมูลชื่อบริษัทผู้ส่ง | ส่งมอบสินค้าให้กับ | ชื่อผู้รับ
ตารางสินค้ารายการ | รหัสสินค้า | รายละเอียด | จำนวน | หมายเหตุ
ลายเซ็นผู้รับสินค้า | ผู้จัดส่งสินค้า | สถานที่ส่งสินค้า
หมายเหตุ: ใบส่งสินค้าไม่แสดงราคา — แสดงเฉพาะรายการสินค้าและจำนวนเท่านั้น

การเติมสต็อก (Replenishment)

วิธีที่ 1: จากหน้าสินค้า

  1. เปิดสินค้าที่ต้องการ (ต้องเป็น Storable)
  2. คลิกปุ่ม "Replenish" (เติมสต็อก)
  3. กรอกจำนวน และเลือก Vendor (ผู้ขาย)
  4. คลิก "Confirm" (ยืนยัน)

วิธีที่ 2: จากเมนู

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Replenishment (การเติมสต็อก)
  2. ดูรายการที่ต้องเติมสต็อก
เคล็ดลับ: เมื่อเลือก Vendor (ผู้ขาย) ระบบจะสร้าง Receipt (ใบรับสินค้า) อัตโนมัติ

Backorder (ส่งสินค้าไม่ครบ)

เมื่อจำนวนที่ส่งจริง (Done) น้อยกว่า จำนวนที่สั่ง (Demand) ระบบจะถามว่าจะจัดการส่วนที่เหลืออย่างไร

Create Backorder (สร้างใบส่งเพิ่ม)

  1. กรอกจำนวนที่ส่งจริงในช่อง Done (เสร็จแล้ว)
  2. คลิก "Validate" (ตรวจสอบ/ยืนยัน)
  3. เลือก "Create Backorder" (สร้างใบส่งสินค้าเพิ่ม)
  4. ระบบสร้าง Delivery Order ใหม่สำหรับส่วนที่เหลือ
แนะนำ

No Backorder (ไม่ส่งส่วนที่เหลือ)

  1. กรอกจำนวนที่ส่งจริงในช่อง Done (เสร็จแล้ว)
  2. คลิก "Validate" (ตรวจสอบ/ยืนยัน)
  3. เลือก "No Backorder" (ไม่สร้างใบส่งเพิ่ม)
  4. ระบบปิดรายการ ส่วนที่เหลือถูกยกเลิก
ตัวอย่าง: สั่งซื้อ 100 ชิ้น ส่งได้ 70 ชิ้น → เลือก Create Backorder → ระบบสร้างใบส่งใหม่สำหรับ 30 ชิ้นที่เหลือ

การปรับสต็อก (Inventory Adjustment)

ใช้เมื่อจำนวนสินค้าจริงไม่ตรงกับในระบบ เช่น หลังนับสต็อก หรือสินค้าเสียหาย

วิธีที่ 1: ปรับจากหน้าสินค้า

  1. เปิดสินค้าที่ต้องการปรับ
  2. คลิกปุ่ม "Update Quantity" (อัปเดตจำนวน)
  3. กรอกจำนวนสต็อกที่ถูกต้อง
  4. คลิก "Apply" (นำไปใช้)

วิธีที่ 2: จากเมนู

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Physical Inventory (ตรวจนับสต็อก)
  2. ค้นหาสินค้าที่ต้องการปรับ
  3. แก้ไขจำนวนในคอลัมน์ "Counted Quantity" (จำนวนที่นับได้)
  4. คลิก "Apply All" (นำไปใช้ทั้งหมด)
สำคัญ: การปรับสต็อกจะบันทึกเป็น Stock Move ในระบบ — ควรระบุเหตุผลทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้

ตัวอย่างหน้าตรวจนับสต็อก

หน้าตรวจนับสต็อก

นำเข้าจำนวนสต็อกจากไฟล์ (Import)

สำหรับการปรับสต็อกจำนวนมาก (เช่น หลังนับสต็อกทั้งคลัง) สามารถ Import จากไฟล์ได้

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Physical Inventory (ตรวจนับสต็อก)
  2. คลิกไอคอน ⚙ (เฟือง) ที่แถบเมนูด้านบน
  3. เลือก "Import records" (นำเข้าข้อมูล)
  4. อัปโหลดไฟล์ .xlsx หรือ .csv
  5. จับคู่ (Map) คอลัมน์ — ต้องมี: Product (ชื่อสินค้า) และ Counted Quantity (จำนวนที่นับได้)
  6. คลิก "Test" (ทดสอบ) เพื่อตรวจสอบก่อน
  7. คลิก "Import" (นำเข้า) → จากนั้นกด "Apply All" (นำไปใช้ทั้งหมด)
เคล็ดลับ: ใช้วิธีนี้เมื่อต้องปรับสต็อกหลายรายการพร้อมกัน เช่น หลังนับสต็อกประจำเดือน/ปี ประหยัดเวลากว่าการกรอกทีละรายการ
สำคัญ: ชื่อสินค้าในไฟล์ต้องตรงกับในระบบทุกประการ — แนะนำให้ Export (ส่งออก) รายการสินค้าจากระบบก่อน แล้วเติมจำนวนที่นับได้ลงไป

แบบฝึกหัดที่ 3: จัดส่งสินค้า

ลองทำด้วยตัวเอง

  1. ไปที่ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Delivery Orders (ใบจัดส่ง)
  2. เลือก Delivery Order ที่สร้างจากแบบฝึกหัดที่ 2
  3. กรอก "Done" (จำนวนที่ส่ง) ให้น้อยกว่าจำนวนที่สั่ง เช่น สั่ง 10 กรอก 7
  4. คลิก "Validate" (ตรวจสอบ/ยืนยัน)
  5. เลือก "Create Backorder" (สร้างใบส่งเพิ่ม)
  6. ตรวจสอบว่าระบบสร้าง Delivery Order ใหม่สำหรับส่วนที่เหลือ

คำถามทดสอบ: จัดส่งสินค้า

ถ้าสั่งซื้อ 100 ชิ้น แต่ส่งได้ 70 ชิ้น แล้วเลือก "Create Backorder" ส่วนที่เหลืออีก 30 ชิ้นจะเป็นอย่างไร?

  • A. ถูกยกเลิกอัตโนมัติ
  • B. ระบบสร้างใบจัดส่งใหม่สำหรับ 30 ชิ้น
  • C. ต้องสร้างใบสั่งซื้อใหม่
เฉลย: Backorder จะสร้างใบจัดส่งใหม่สำหรับส่วนที่ยังส่งไม่ครบ ไม่ต้องสร้างใบสั่งซื้อใหม่

5. การออกใบกำกับภาษี

Invoicing → Invoices

สร้างใบกำกับภาษีจากใบสั่งซื้อ

  1. เปิดใบสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว (Sales → Purchase Orders)
  2. คลิกปุ่ม "Create Invoice" (สร้างใบแจ้งหนี้)
  3. เลือก "Regular Invoice" (ใบแจ้งหนี้ปกติ)
  4. คลิก "Create and View Invoice" (สร้างและดูใบแจ้งหนี้)
  5. ตรวจสอบรายการและยอดเงิน
  6. คลิก "Confirm" (ยืนยัน) เพื่อยืนยัน
  7. คลิก "Print" (พิมพ์) → "Tax Invoice" (ใบกำกับภาษี)
เลขที่ใบกำกับภาษี: ระบบใช้รูปแบบ IV + ปี พ.ศ.(2 หลัก) + เดือน + ลำดับ
ตัวอย่าง: IV6901001 = ปี พ.ศ. 2569 / เดือน 01 / ลำดับ 001

ตัวอย่างรายการใบกำกับภาษี

หน้ารายการใบกำกับภาษี

ตัวอย่างฟอร์มใบกำกับภาษี

ฟอร์มใบกำกับภาษี

รูปแบบใบกำกับภาษี

โครงสร้างเอกสาร — ใบกำกับภาษี (Tax Invoice)
ส่วนหัวใช้แบบฟอร์มพิมพ์ล่วงหน้า (Pre-printed) มีหัวบริษัทอยู่แล้ว
ข้อมูลลูกค้าชื่อ + ที่อยู่ + เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ข้อมูลเอกสารเลขที่ใบกำกับภาษี (เช่น IV6901001) + วันที่ + เงื่อนไขชำระ + PO Reference
ตารางสินค้าลำดับ | รหัส | ชื่อสินค้า | จำนวน | ราคา/หน่วย | จำนวนเงิน
ยอดรวมรวม + VAT 7% + จำนวนเงินตัวอักษร (ภาษาไทย) + ยอดรวมทั้งสิ้น

การยกเลิกใบกำกับภาษี

ยกเลิกใบแจ้งหนี้

  1. เปิดใบกำกับภาษีที่ต้องการยกเลิก
  2. คลิกปุ่ม "Cancel" (ยกเลิก)
  3. ระบบจะ Reset เป็น Draft (ร่าง) ก่อนแล้วยกเลิก

สร้าง Credit Note

  1. เปิดใบกำกับภาษีที่ยืนยันแล้ว
  2. คลิก "Credit Note" (ใบลดหนี้)
  3. เลือกเหตุผลการยกเลิก
  4. ระบบจะสร้างเอกสารกลับรายการอัตโนมัติ
สำคัญ: ใบกำกับภาษีที่ยืนยันแล้วควรใช้ Credit Note แทนการยกเลิกตรง เพื่อความถูกต้องทางบัญชี
หมายเหตุ: ใบกำกับภาษีที่ยกเลิกแล้ว (Cancel) จะไม่ถูกนับรวมในยอดรวมของหน้ารายการใบกำกับภาษี, Analytics Dashboard และรายงาน Product Cost & Revenue

แบบฝึกหัดที่ 4: ออกใบกำกับภาษี

ลองทำด้วยตัวเอง

  1. เปิดใบสั่งซื้อที่ยืนยันแล้วจากแบบฝึกหัดที่ 2
  2. คลิก "Create Invoice" (สร้างใบแจ้งหนี้)
  3. เลือก "Regular Invoice" (ใบแจ้งหนี้ปกติ) → คลิก "Create and View Invoice"
  4. ตรวจสอบเลขที่ใบกำกับภาษี — ควรเป็นรูปแบบ IV + ปี + เดือน + ลำดับ
  5. คลิก "Confirm" (ยืนยัน) เพื่อยืนยันใบกำกับภาษี
  6. คลิก "Print" (พิมพ์) → "Tax Invoice" (ใบกำกับภาษี) เพื่อดู PDF

คำถามทดสอบ 1: เลขที่ใบกำกับภาษี

เลขที่ใบกำกับภาษี IV6901001 หมายถึงอะไร?

  • A. ปี ค.ศ. 2069 เดือน 01 ลำดับ 001
  • B. ปี พ.ศ. 2569 เดือน 01 ลำดับ 001
  • C. ปี พ.ศ. 2569 เดือน 01 หน้า 001
เฉลย: IV = Invoice, 69 = ปี พ.ศ. 2569, 01 = เดือนมกราคม, 001 = ลำดับที่ 1 ของเดือน

คำถามทดสอบ 2: แก้ไขใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษีที่ยืนยันแล้ว (Posted) ถ้าต้องการแก้ไขควรทำอย่างไร?

  • A. กด Edit (แก้ไข) ได้เลย
  • B. กด Cancel (ยกเลิก) แล้วสร้างใหม่
  • C. สร้าง Credit Note (ใบลดหนี้) แล้วออกใบใหม่
เฉลย: ใบกำกับภาษีที่ยืนยันแล้วไม่สามารถแก้ไขโดยตรง ต้องสร้าง Credit Note เพื่อกลับรายการ แล้วออกใบใหม่ เพื่อความถูกต้องทางบัญชี

คำถามทดสอบ 3: ยกเลิกใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษีที่ยกเลิกแล้ว (Cancelled) จะถูกนับรวมในยอดรวมหน้ารายการหรือไม่?

  • A. ใช่ ยังนับรวมอยู่
  • B. ไม่ ระบบจะไม่นับรวมใบที่ยกเลิกแล้ว
  • C. ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า
เฉลย: ใบกำกับภาษีที่ยกเลิกแล้วจะไม่ถูกนับในยอดรวมหน้ารายการ, Analytics Dashboard และรายงาน Product Cost & Revenue ทั้งหมด

6. รายงาน และการวิเคราะห์

Analytics, Product Cost & Revenue

Analytics Dashboard

เข้าจาก Home Menu (เมนูหลัก) → Analytics (การวิเคราะห์)

Sales Analysis (วิเคราะห์ยอดขาย)

  • แผนภูมิวงกลม แสดงยอดขายต่อลูกค้า
  • ข้อมูลจากใบกำกับภาษีที่ยืนยันแล้ว (Posted)
  • ไม่รวมใบที่ยกเลิกหรือ Credit Note
  • แสดง: ยอดรวม, จำนวนใบแจ้งหนี้

Purchase Analysis (วิเคราะห์การซื้อ)

  • แผนภูมิวงกลม แสดงต้นทุนต่อ Vendor
  • ข้อมูลจากการรับสินค้าเข้าคลัง (Done)
  • แสดง: ต้นทุนรวม, จำนวนรายการ
ตัวเลือกช่วงเวลา: เดือนนี้ ทั้งหมด (All Time) เลือกเดือน

ตัวอย่าง Analytics Dashboard

Analytics Dashboard

รายงานต้นทุนและรายได้สินค้า

เข้าจาก Inventory (คลังสินค้า) → Products (สินค้า) → Product Cost & Revenue (ต้นทุนและรายได้)

คอลัมน์ คำอธิบาย
Productชื่อสินค้า
Monthเดือนที่มีรายการ
Qty Purchasedจำนวนที่รับเข้า (จาก Supplier)
Qty Soldจำนวนที่ขายออก
Total Costต้นทุนรวม (บาท)
Total Cost (USD)ต้นทุนรวม (ดอลลาร์)
Total Revenueรายได้รวม (บาท)
Marginกำไร = Revenue - Cost
Filter: ค่าเริ่มต้นแสดง "เดือนปัจจุบัน" — สามารถเปลี่ยนเป็น 3 เดือน, 6 เดือน, หรือทั้งปีได้
หมายเหตุ: รายงานนี้แสดงเฉพาะใบสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว (Confirmed / Done) — ใบสั่งซื้อที่ยกเลิก (Cancel) จะไม่ถูกนำมาคำนวณ

การจัดการผู้ติดต่อ (Contacts)

เข้าจาก Home Menu (เมนูหลัก) → Contacts (ผู้ติดต่อ)

ข้อมูลที่เพิ่มเติมจากมาตรฐาน

ฟิลด์คำอธิบาย
WhatsAppเบอร์ WhatsApp เช่น +66 81 234 5678
WeChatWeChat ID ของผู้ติดต่อ

ฟิลด์เหล่านี้อยู่ในส่วน "Social Media Contacts" ของแบบฟอร์มผู้ติดต่อ

เคล็ดลับ: ข้อมูล WhatsApp และ WeChat จะแสดงในรายการผู้ติดต่อ ช่วยให้ติดต่อลูกค้าหรือ Supplier ได้สะดวก
Supplier vs Customer:
ผู้ติดต่อที่เป็น Supplier จะแสดงเมื่อเลือก Supplier ในหน้าสินค้า
ผู้ติดต่อที่เป็น Customer จะแสดงเมื่อสร้างใบสั่งซื้อ

ตัวอย่างหน้ารายการผู้ติดต่อ

หน้ารายการผู้ติดต่อ

7. สิทธิ์ผู้ใช้งาน

Roles & Permissions

ระดับสิทธิ์ผู้ใช้งาน

ระบบแบ่งผู้ใช้งานเป็น 3 ระดับ ตามหน้าที่:

Admin

ผู้ดูแลระบบ

  • เข้าถึงทุกเมนูในระบบ
  • ตั้งค่าระบบ Settings (ตั้งค่า)
  • จัดการ Apps & Modules (แอปและโมดูล)
  • สร้าง/แก้ไขผู้ใช้งาน
  • ดูต้นทุน + กำไรครบทั้งหมด
Admin เท่านั้น

Owner

เจ้าของ / ผู้จัดการ

  • ใช้งานทุกโมดูล
  • สร้างใบสั่งซื้อ / ใบกำกับภาษี
  • จัดส่งสินค้า
  • ดูต้นทุน + กำไรครบทั้งหมด
  • ไม่สามารถตั้งค่าระบบ
ใช้งานหลัก

Sales

พนักงานขาย

  • ใช้งานทุกโมดูล
  • สร้างใบสั่งซื้อ / ใบกำกับภาษี
  • จัดส่งสินค้า
  • ดูได้เฉพาะยอดขาย (Revenue)
  • ไม่เห็นต้นทุนและกำไร
จำกัดการมองเห็น

ตารางเปรียบเทียบสิทธิ์

ฟีเจอร์ Admin Owner Sales
Settings (ตั้งค่าระบบ)
Apps & Modules (แอปและโมดูล)
Sales (ใบสั่งซื้อ) ✓ Manager ✓ User ✓ User
Inventory (คลังสินค้า) ✓ Manager ✓ User ✓ User
Invoicing (ใบกำกับภาษี) ✓ Manager ✓ User ✓ User
Analytics Dashboard
ดูข้อมูลต้นทุน (Cost)
ดูข้อมูลกำไร (Margin)
ดูข้อมูลรายได้ (Revenue)
หมายเหตุ: ต้องการเพิ่มผู้ใช้หรือเปลี่ยนสิทธิ์ ติดต่อ Admin (ผู้ดูแลระบบ)

แบบฝึกหัดสุดท้าย

ทดสอบขั้นตอนการทำงานครบวงจร

แบบฝึกหัดที่ 5: ขั้นตอนครบวงจร

ทำตามขั้นตอนนี้ ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนจบ:

Part A: สินค้า + ใบสั่งซื้อ

  1. สร้างสินค้าใหม่ ตั้งชื่อ, Brand, Supplier, Customer, ราคา
  2. สร้างใบสั่งซื้อใหม่ เลือกลูกค้า + เพิ่มสินค้าที่สร้าง
  3. ยืนยันใบสั่งซื้อ (Confirm)
  4. พิมพ์ใบสั่งซื้อ (Print → Purchase Order)

Part B: จัดส่ง + ออกบิล

  1. เปิด Delivery Order ที่สร้างอัตโนมัติ
  2. กรอกจำนวนที่ส่ง → Validate (ยืนยัน)
  3. กลับไปที่ใบสั่งซื้อ → Create Invoice (สร้างใบแจ้งหนี้)
  4. ยืนยันใบกำกับภาษี (Confirm) → พิมพ์ Tax Invoice
เป้าหมาย: ทำครบทุกขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่สร้างสินค้า จนถึงออกใบกำกับภาษี

สรุป

ทบทวนและถาม-ตอบ

สรุปขั้นตอนหลัก

สร้างสินค้า
+ Brand, Supplier, Customer
สร้างใบสั่งซื้อ
Sales → New (สร้างใหม่)
ยืนยัน + พิมพ์
Confirm + Print
จัดส่งสินค้า
Validate (ยืนยัน) + Print (พิมพ์)
ออกใบกำกับภาษี
Create Invoice (สร้างใบแจ้งหนี้)
ดูรายงาน
Analytics + Cost/Revenue

เอกสารที่พิมพ์ได้

ใบสั่งซื้อ / ใบเสนอราคา

Sales → Print (พิมพ์) →
Purchase Order

Thai PDF

ใบส่งสินค้าชั่วคราว

Delivery → Print (พิมพ์) →
Delivery Slip

Thai PDF

ใบกำกับภาษี

Invoice → Print (พิมพ์) →
Tax Invoice

Thai PDF
เอกสารทั้งหมดใช้ฟอนต์ AngsanaUPC รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมจำนวนเงินเป็นตัวอักษรไทย

คำถามที่พบบ่อย

ถ: ลืมรหัสผ่าน ทำอย่างไร?
ตอบ: ติดต่อ Admin (ผู้ดูแลระบบ) เพื่อ Reset (รีเซ็ต) รหัสผ่านให้
ถ: ใบสั่งซื้อยืนยันแล้ว แต่ต้องการแก้ไข?
ตอบ: ไม่สามารถแก้ใบที่ยืนยันแล้ว — ต้องกด Cancel (ยกเลิก) แล้วสร้างใหม่ หรือกด Credit Note (ใบลดหนี้)
ถ: ส่งสินค้าไม่ครบจำนวน ทำอย่างไร?
ตอบ: กรอกจำนวนที่ส่งจริงในช่อง Done (เสร็จแล้ว) แล้วกด Validate (ยืนยัน) → เลือก "Create Backorder" (สร้างใบส่งเพิ่ม) สำหรับส่วนที่เหลือ หรือ "No Backorder" (ไม่สร้างใบส่งเพิ่ม) เพื่อยกเลิกส่วนที่เหลือ
ถ: จำนวนสินค้าในระบบไม่ตรงกับของจริง?
ตอบ: ใช้ Inventory (คลังสินค้า) → Operations (ปฏิบัติการ) → Physical Inventory (ตรวจนับสต็อก) เพื่อปรับจำนวนให้ตรง หรือกด "Update Quantity" (อัปเดตจำนวน) ที่หน้าสินค้าโดยตรง
ถ: อยากเห็นสินค้าของ Supplier เฉพาะราย?
ตอบ: ไปหน้า Products (สินค้า) แล้วใช้ Group By (จัดกลุ่ม) → Supplier (ซัพพลายเออร์)
ถ: ยกเลิกใบกำกับภาษีแล้ว ยอดรวมในหน้ารายการจะเปลี่ยนไหม?
ตอบ: ใช่ ใบที่ยกเลิก (Cancel) จะไม่ถูกนับในยอดรวมของหน้ารายการ, Dashboard และรายงานต้นทุนทั้งหมด

ถาม - ตอบ

มีคำถามเพิ่มเติมไหมครับ?

ขอบคุณครับ

บริษัท คานูน เทคโนโลยี จำกัด

Kanoon Technology Co., Ltd.


ติดต่อสอบถาม: billing@kanoonth.com